การเทรดสปอต (Spot Trading) ในสกุลเงินดิจิทัลคืออะไร
75 ความคิดเห็น

การเทรดสปอต (Spot Trading) ในสกุลเงินดิจิทัลคืออะไร

ข้อมูล
สกุลเงินดิจิทัล
การศึกษา

สารบัญ

การเทรดสปอตหมายถึงการซื้อหรือขายเครื่องมือทางการเงิน เช่น สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือหลักทรัพย์ เพื่อส่งมอบและชำระราคาในทันที วันนี้เราจะพูดถึงหัวข้อการเทรดสปอตในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

ธรรมชาติของการเทรดสปอต

การเทรดสปอตในคริปโตหมายถึงการซื้อ–ขายคริปโตเคอเรนซีเพื่อส่งมอบและชำระราคาในทันที เป็นรากฐานสำคัญของตลาดการเงิน ช่วยให้ผู้เข้าร่วมทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์และปรับสถานะตามสภาวะตลาด ลักษณะสำคัญมีดังนี้:

  1. ชำระราคาโดยทันที: ธุรกรรมดำเนินการที่ราคาตลาดปัจจุบัน (เรียกว่า spot price) และมักชำระเสร็จภายในช่วงสั้น ๆ โดยทั่วไปไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง

  2. ความเป็นเจ้าของโดยตรง: เมื่อคุณซื้อคริปโตผ่านการเทรดสปอต คุณจะได้ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยตรง หมายความว่าสามารถโอนไปยังกระเป๋าเงิน เก็บถือ หรือขายในภายหลังได้

  3. ไม่มีเลเวอเรจ: โดยทั่วไปการเทรดสปอตไม่มี leverage ผู้ซื้อจึงต้องชำระราคาเต็มของสินทรัพย์ที่ต้องการซื้อ ลดความเสี่ยง margin call แต่ก็จำกัดโอกาสทำกำไร

  4. ผู้เล่นในตลาด: การเทรดสปอตเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนรายย่อย เทรดเดอร์ และมือใหม่ที่ต้องการซื้อ–ขายคริปโตโดยไม่ใช้เครื่องมือการเงินที่ซับซ้อน

  5. ราคาตลาด: ราคาในตลาดสปอตถูกกำหนดด้วยอุปสงค์–อุปทาน และผันผวนได้รวดเร็วจากหลายปัจจัย เช่น market sentiment ข่าวกฎระเบียบ และพัฒนาการทางเทคโนโลยี

  6. ตลาดซื้อขาย (Exchange): การเทรดสปอตเกิดบนกระดานเทรดคริปโตต่าง ๆ เช่น Binance, Coinbase, Kraken ฯลฯ ที่ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีเพื่อซื้อ–ขายโดยตรง

  7. ประเภทของสกุลเงินดิจิทัล: สามารถเทรดคริปโตได้หลากหลาย เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ altcoin จำนวนมาก ผู้ใช้เทรดเป็นคู่เงิน เช่น BTC/USD หรือ ETH/BTC ตามคู่ที่กระดานเทรดรองรับ

  8. ยอดคงเหลือสปอต (Spot balance): ปริมาณคริปโตที่เทรดเดอร์ถืออยู่ในบัญชีสปอต ณ ขณะนั้น แทนจำนวนสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดที่พร้อมเทรดหรือถอนได้ทันทีโดยไม่มีข้อจำกัดด้านมาร์จิ้นหรืออนุพันธ์

  9. สถานะสปอต (Spot position): ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์คริปโตจริงที่เทรดเดอร์ถือในบัญชีสปอต สะท้อนภาระผูกพันในการซื้อหรือขายคริปโตปริมาณหนึ่งเพื่อชำระทันทีที่ spot price ปัจจุบัน

ข้อดี–ข้อเสียของการเทรดสปอต

ตารางด้านล่างสรุปข้อดีและข้อเสียของการเทรดสปอต เพื่อช่วยให้ผู้เทรด/นักลงทุนเห็นภาพอย่างสมดุล

ด้านลักษณะเฉพาะ
ข้อดีการชำระราคาได้ทันที ธุรกรรมได้รับการชำระราคาอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถถือครองสินทรัพย์ได้ทันที
ใช้งานง่าย การเทรด Spot มีความตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
ความโปร่งใส ราคา Spot สะท้อนสภาวะตลาดในปัจจุบัน จึงช่วยให้การกำหนดราคามีความโปร่งใส
ไม่มีวันหมดอายุ แตกต่างจากสัญญา Futures ตรงที่การเทรด Spot ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการถือครองสินทรัพย์
ตัวเลือกการส่งมอบสินค้าจริง การเทรด Spot อาจเกี่ยวข้องกับการส่งมอบสินค้าโภคภัณฑ์จริง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อบางธุรกิจ
ตัวเลือกการเทรดที่หลากหลาย สามารถเทรดสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท รวมถึงสกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้น
ข้อเสียความผันผวนของราคา ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนได้หากตลาดเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ไม่เป็นผลดี
ไม่มีเลเวอเรจ แตกต่างจากการเทรด Futures หรือ Margin Trading ตรงที่การเทรด Spot โดยทั่วไปจะไม่มีเลเวอเรจ จึงจำกัดโอกาสในการทำกำไร
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ในตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ ธุรกรรมขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ
ต้นทุนค่าเสียโอกาส เงินทุนที่ผูกอยู่กับการเทรด Spot ไม่สามารถนำไปใช้ที่อื่นได้ จึงอาจทำให้พลาดโอกาสในการลงทุนอื่น ๆ
ชั่วโมงการซื้อขายของตลาด ตลาด Spot อาจมีชั่วโมงการซื้อขายที่จำกัดมากกว่าเมื่อเทียบกับตราสารทางการเงินอื่น ๆ จึงจำกัดโอกาสในการเทรด
ความอ่อนไหวต่อตลาด การเทรด Spot มีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาอย่างรุนแรง

สปอตเทรดดิ้ง VS ฟิวเจอร์สเทรดดิ้ง

การเทรดฟิวเจอร์สและการเทรดสปอตคือวิธีเทรดคริปโตที่แตกต่างกัน มีคุณลักษณะ ข้อดี–ข้อเสียเฉพาะตัว ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบโดยละเอียด

คำนิยามทั่วไป

  • การเทรดสปอต คือการซื้อ–ขายสินทรัพย์ ณ spot price ปัจจุบัน โดยการชำระมักเกิดภายในช่วงสั้น ๆ (ตามธรรมเนียม T+2 ในตลาดดั้งเดิม)
  • การเทรดฟิวเจอร์ส คือการทำสัญญาซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนดล่วงหน้า ณ วันที่ระบุในอนาคต สัญญาฟิวเจอร์สใช้ได้กับสินทรัพย์หลายประเภท รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน และดัชนีการเงิน

ความแตกต่างสำคัญระหว่างสปอตกับฟิวเจอร์ส:

ประเภทคุณลักษณะ
Spot Trading- ชำระทันที (ตามธรรมเนียม T+2 ในตลาดดั้งเดิม)
- ไม่มีสัญญา ธุรกรรมเสร็จสิ้นในทันที
- อ้างอิงราคาตลาดปัจจุบัน (spot price)
- โดยทั่วไปไม่มี leverage ต้องชำระเต็มจำนวน
- ไม่มีวันหมดอายุ ดีลปิดจบทันที
- มักเกี่ยวข้องกับรายย่อยและธุรกิจที่ต้องการความเป็นเจ้าของทันที
- ความเสี่ยงจำกัดอยู่ที่สถานะจริงที่ถือ
- อาจมีการส่งมอบสินค้าจริงในบางตลาด
- อ่อนไหวต่อสภาวะและข่าวปัจจุบันของตลาด
- ง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น
Futures Trading- ชำระในอนาคตตามที่ระบุในสัญญา
- มีสัญญาผูกพันผู้ซื้อ–ผู้ขายที่ราคาในสัญญา
- อ้างอิงราคาที่ตกลงในสัญญา ซึ่งอาจต่างจาก spot price
- มักใช้ leverage ควบคุมสถานะใหญ่ด้วยเงินทุนน้อย
- มีวันหมดอายุ เมื่อครบกำหนดสัญญาสิ้นสุด
- ดึงดูดผู้เก็งกำไรและผู้ทำ hedge รวมถึงสถาบัน
- ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนหรือเพื่อเก็งกำไร
- อาจส่งมอบจริง แต่หลายสัญญาชำระด้วยเงินสด
- อ่อนไหวต่อคาดการณ์อนาคต ตัวเลขเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์
- ซับซ้อนกว่าเพราะมีสเปกสัญญา วันหมดอายุ และกลไกเลเวอเรจ

ท้ายที่สุด การเลือกใช้สปอตหรือฟิวเจอร์สขึ้นกับเป้าหมาย ประสบการณ์ และการยอมรับความเสี่ยงของผู้เทรด

Spot trading

จะทำเงินจากการเทรดสปอตได้อย่างไร?

การเทรดสปอตสามารถทำกำไรได้ คู่มือต่อไปนี้ช่วยให้เข้าใจแนวทางทำกำไรจากการเทรดสปอต

  1. เลือกแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้: เลือกแพลตฟอร์มที่มีสภาพคล่องดี ปลอดภัย และค่าธรรมเนียมแข่งขันได้ เช่น Cryptomus ซึ่งมีสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่าง Bitcoin, Ethereum, Solana และอื่น ๆ ค่าคอมมิชชันเทรดต่ำ (ผู้ส่งคำสั่ง maker ราว 0.08%–0.01% และผู้รับคำสั่ง taker ราว 0.1%–0.04%) และไม่มีค่าฝากเงิน แพลตฟอร์มมีแอปมือถือใช้งานสะดวก และมาตรการความปลอดภัยเข้ม เช่น 2FA และ AML จึงให้ประสบการณ์ที่สะดวกและปลอดภัย

  2. ตั้งค่าบัญชีของคุณ: ยืนยันตัวตน และฝากเงินเฟียตหรือคริปโตเข้าบัญชีเทรด ให้แน่ใจว่าเงินเพียงพอต่อแผนการเทรด

  3. วิเคราะห์ตลาด: ประเมินมูลค่าพื้นฐานของคริปโตด้วยปัจจัยอย่างอุปสงค์ ทีมพัฒนา และการยอมรับใช้งาน นอกจากนี้อาจทำ technical analysis โดยใช้กราฟและอินดิเคเตอร์ (เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่, RSI, MACD) เพื่อคาดการณ์ราคาในอนาคตจากข้อมูลในอดีต

  4. ใช้เทคนิคบริหารความเสี่ยง: เริ่มด้วยจำนวนเงินเล็กน้อยจนกว่าจะมั่นใจและมีประสบการณ์ อย่าใส่เงินทั้งหมดในสินทรัพย์ตัวเดียว กระจายพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง ตั้ง คำสั่งตัดขาดทุน (stop-loss) เพื่อลดความเสียหายโดยขายอัตโนมัติเมื่อราคาลดถึงระดับที่กำหนด

  5. เลือกกลยุทธ์สปอตที่เหมาะสม:

    • ซื้อถูก–ขายแพง: กลยุทธ์พื้นฐาน ซื้อเมื่อราคาต่ำ ขายเมื่อราคาสูงขึ้น
    • Dollar-Cost Averaging (DCA): ลงทุนจำนวนคงที่เป็นงวด ๆ โดยไม่สนใจราคาขณะนั้น ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวน และทำให้ได้ราคาเฉลี่ยเข้าซื้อต่ำลงในระยะยาว
    • Scalping: กลยุทธ์ความถี่สูง ทำกำไรเล็ก ๆ หลายครั้งในช่วงสั้นมาก (นาทีหรือวินาที) ต้องเฝ้าหน้าจอและส่งคำสั่งรวดเร็ว
    • Swing trading: ถือครองไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ เพื่อเก็บรอบแนวโน้มขึ้น/ลงที่คาดหมาย
  6. ล็อกกำไรให้ถูกจังหวะ: เมื่อราคาถึงเป้าหมาย ควรล็อกกำไร อย่าโลภ ตั้ง คำสั่งทำกำไร (take-profit) ให้ขายอัตโนมัติที่ระดับราคาที่กำหนด

  7. ตามข่าวสารเสมอ: ตลาดเปลี่ยนตลอดเวลา การอัปเดตข่าวล่าสุดช่วยตัดสินใจเทรดอย่างชาญฉลาด ปัจจัยอย่างกฎระเบียบ พันธมิตรทางธุรกิจ อุปสงค์ตลาด และเศรษฐกิจโลก ล้วนส่งผลต่อราคาได้มาก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ควรหลีกเลี่ยง:

  • FOMO (Fear of Missing Out): อย่าซื้อเพียงเพราะราคาพุ่ง ควรรอจุดเข้าเหมาะสม
  • เทรดมากเกินไป: เลี่ยงการเทรดถี่เกินโดยเฉพาะเมื่อไม่มั่นใจทิศทาง
  • มองข้ามค่าธรรมเนียม: ระวังค่าใช้จ่ายการเทรด เพราะอาจกินกำไรหากเทรดบ่อย

การทำตามกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอควบคู่การบริหารความเสี่ยง จะเพิ่มโอกาสทำกำไรจากสปอต

เคล็ดลับเพิ่มโอกาสทำกำไรจากสปอต

สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพทำกำไร เราได้จัดทำรายการเคล็ดลับที่มีประโยชน์ดังนี้:

  1. เข้าใจปัจจัยพื้นฐานของตลาด: ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ ข่าว และแนวโน้มที่มีผลต่อสินทรัพย์ที่คุณเทรด ใช้กราฟ แพตเทิร์น และอินดิเคเตอร์เพื่อหาจุดเข้า–ออกจากข้อมูลราคาในอดีต

  2. คัดเลือกสินทรัพย์อย่างรอบคอบ: เทรดหลากหลายสินทรัพย์ (เช่น คริปโต สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น) เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาส เลือกสินทรัพย์สภาพคล่องสูงเพื่อเข้า–ออกสถานะได้ง่ายและลด slippage

  3. ประยุกต์ใช้กลยุทธ์การเทรด:

    • Scalping: เก็บกำไรจากการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ด้วยการส่งคำสั่งหลายครั้งตลอดวัน
    • Day trading: ซื้อ–ขายภายในวันเดียวเพื่อเก็บกำไรจากการเคลื่อนไหวระยะสั้น
    • Swing trading: ถือสถานะหลายวันเพื่อเก็บสวิงของราคาและแนวโน้ม
  4. บริหารความเสี่ยง: จำกัดการขาดทุนด้วย stop-loss ตามระดับราคาที่กำหนด ลงทุนเพียงสัดส่วนเล็กของเงินทุนรวมในแต่ละดีล

  5. ติดตามผลการเทรด: บันทึกดีล วิเคราะห์สิ่งที่เวิร์ก/ไม่เวิร์ก แล้วปรับกลยุทธ์ หลีกเลี่ยงอารมณ์นำการตัดสินใจ และยึดตามแผนแม้ตลาดผันผวน

  6. ใช้เครื่องมือและแพลตฟอร์มการเทรด: เลือก broker/exchange ที่แพลตฟอร์มแข็งแรง ค่าธรรมเนียมต่ำ และส่งคำสั่งได้ดี ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยวิเคราะห์ สัญญาณเตือน และช่วยส่งคำสั่งเพื่อก้าวทันตลาด

  7. เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง: เข้าร่วมสัมมนา อ่านหนังสือ และติดตามผู้เชี่ยวชาญ เพื่ออัปเดตกลยุทธ์และพัฒนาการของตลาด สื่อสารกับเทรดเดอร์คนอื่นเพื่อแบ่งปันมุมมองและเคล็ดลับ

  8. อดทนและตั้งเป้าอย่างจริงจัง: เข้าใจว่ากำไรอาจไม่เกิดชั่วข้ามคืน ตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริง รอจังหวะที่เหมาะสมแทนการฝืนเข้าเทรด

การเทรดสปอตสามารถทำกำไรได้ หากเริ่มจากความเข้าใจตลาดที่ดี มีกลยุทธ์ชัดเจน และบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย เมื่อเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและปรับเทคนิคให้เหมาะสม คุณจะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการเทรดสปอต

บทความนี้เป็นประโยชน์กับคุณหรือไม่? คุณมีมุมมองอย่างไรเกี่ยวกับการเทรดสปอต แบ่งปันกับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่าง!

เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือทางกฎหมาย
banner

ทำให้การเดินทางสู่ Crypto ของคุณง่ายขึ้น

อยากเก็บ ส่ง รับ เดิมพัน หรือซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีใช่ไหม? Cryptomus ทำได้ทุกอย่าง — สมัครและจัดการกองทุนคริปโทเคอร์เรนซีของคุณด้วยเครื่องมืออันแสนสะดวกของเรา

เริ่มต้นใช้งาน

banner